บทสรุป ‘วรรคจำ’ คำถามที่ต้องการคำตอบ

sunset-outlined-weather-symbol-of-the-sun-on-the-horizon-line_icon-icons.com_54640

ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย โดยในบทความแรก เราได้ตั้งคำถามเอาไว้ว่า “อะไรกันคือวรรคจำ ทำไมเราจึงจำคำประพันธ์นั้นได้แม้จะไม่ได้รับการยกย่องให้เป็นวรรคทอง”

และหลังจากที่เราได้วิเคราะห์กันมาจากบทความครั้งก่อน ๆ ทั้ง 5 สัปดาห์ ทำให้เราพบว่า มีหลายปัจจัยที่มีส่วนช่วยให้ “วรรค” เหล่านั้นถูก “จำ” ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

  1. รูปแบบฉันทลักษณ์ที่เป็นท่วงทำนองเด่นชัด จดจำง่าย
  2. ภาษาที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย
  3. เนื้อหาที่สอดคล้องกับชีวิตและทำให้ผู้อ่านรู้สึกมีอารมณ์ร่วม
  4. การถูกนำมาใช้ซ้ำ ๆ  ด้วยจุดประสงค์ต่าง ๆ  ได้แก่ เพื่อสั่งสอน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ เพื่อสร้างค่านิยม

และเมื่อเราได้ลองนำปัจจัยเหล่านี้ไปสำรวจผ่านการทำแบบสอบถาม โดยแบ่งเป็นทั้งหมด 2 ชุด และแบ่งผู้ทำแบบสอบถามเป็น

  1. นักศึกษาคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร  ที่ไม่ได้เรียนเอก – โทภาษาไทย
  2. นักศึกษาคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร  ที่เรียนเอก – โท ภาษาไทย

โดยในแบบสอบถามชุดที่ 1 เราสร้างตัวแปรก็คือการให้ทุกคนเขียนวรรคที่จำได้เอง และชุดที่ 2 เราเปลี่ยนตัวแปรเป็นการระบุบทประพันธ์ลงไป โดยเลือกบทประพันธ์ที่คนจำได้มากที่สุดจากแบบสอบถามชุดแรก และให้ผู้ทำแบบสอบถามตอบว่าจำได้หรือจำไม่ได้

Continue reading

Advertisements

ใช้ซ้ำย้ำใจจำ วรรคเหล่านั้นตราตรึงใจ

3cd71b4a300a3907f84805be8bfd7b00_decorative-line-dividers-clipart-white-horizontal-line-transparent-background_560-420

 

เคยไหม เวลาที่ได้เห็นหรือได้ยินสิ่งใดบ่อย ๆ ก็ทำให้เรื่องราวเหล่านั้นฝังแน่นอยู่ในหัวของเรา

การที่เราจำบทประพันธ์ต่าง ๆ ได้ก็เช่นกัน บางครั้งการจดจำบทประพันธ์ก็มักเกิดจากการที่เราเห็นหรือได้ยินบ่อย ๆ บ้างก็ผ่านตำราเรียน บ้างก็ผ่านเรื่องเล่าจากคนรุ่นก่อน บ้างก็ผ่านบทเพลงที่นำเอาวรรคทองของเรื่องมาร้อยเข้ากับท่วงทำนองใหม่ เพลงบางเพลงก็แต่งขึ้นเพื่อความรื่นรมย์ แต่เพลงบางเพลงก็มีจุดประสงค์บางอย่างร่วมด้วย

จะเห็นได้ว่าการที่เราจดจำบทประพันธ์บางบทประพันธ์ได้ นอกจากความจรรโลงใจแล้ว บางครั้งการหยิบยกบทประพันธ์เหล่านี้มาให้เห็นบ่อย ๆ ก็มักจะนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ

จุดประสงค์เหล่านั้นก็คือ…

  1. การใช้เพื่อสอน
  2. การใช้เพื่อสร้างภาพลักษณ์
  3. การใช้เพื่อสร้างค่านิยม

Continue reading

เนื้อหา : เชื่อมสารให้ตรงใจ สหฤทัยให้จดจำ

line-png-16806

จากครั้งก่อนที่ได้พูดถึงภาษาที่นอกจากจะทำให้เราจำได้ง่ายขึ้น ยังทำให้เราสามารถรับรู้สารของ กวีจากเนื้อหาของบทประพันธ์ แต่เนื้อหาแบบไหนบ้างที่จะสามารถสร้างความตราตรึงในหัวใจ จนกลายเป็นวรรคจำที่เราคุ้นเคย ในครั้งนี้เราจะมาหาคำตอบกัน

จะเห็นได้ว่าเนื้อหาส่วนใหญ่ที่เราจดจำได้ มักจะเป็นเนื้อหาที่แสดงให้เห็นความจริงหรือข้อเท็จจริงของโลก หรือเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับอารมณ์ ซึ่งก็คือสิ่งสากลในความเป็นมนุษยชาติ หรืออาจจะเป็นประสบการณ์ที่เราประสบพบเจอหรือเรียนรู้จากคำบอกเล่า รวมทั้งเป็นคำสอนที่เกี่ยวพันกับความจริงหรือประสบการณ์ของกวีที่ต้องการเผยแพร่ให้คนได้รับรู้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นความจริง อารมณ์ ประสบการณ์ หรือคำสอน ทั้ง 4 ประเภทนี้ก็ล้วนมีความสัมพันธ์ยึดโยงกันอยู่ด้วย

โดยในอันดับแรก เราจะแจกแจงให้เห็นเนื้อหาในแต่ละประเภทเป็นข้อ ๆ เพื่อให้เห็นว่าเนื้อหาแต่ละรูปแบบได้ขับเคลื่อนอย่างไรเพื่อไปสู่วรรคจำ

Continue reading

ภาษาและเนื้อหา : เข้าใจเนื้อหา เข้าถึงอารมณ์ สั่งสมความจำ

banner 1

จากครั้งก่อน เราได้กล่าวถึงลักษณะคำประพันธ์ที่มีส่วนช่วยในการสร้างวรรคจำ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ทำให้เกิดการจดจำได้เพียงระยะสั้น ๆ หากผู้ฟังไม่รับรู้ถึงความหมายก็จะไม่สามารถจำคำในบทประพันธ์นั้นได้เลย และในท้ายที่สุดเมื่อเวลาผ่านไป คำประพันธ์นั้น ๆ ก็จะค่อย ๆ เลือนหายไป

ดังนั้นแล้ว การเข้าใจความหมายของคำประพันธ์ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน เพราะเมื่อเราเข้าใจความหมายก็จะทำให้เรานึกภาพและจินตนาการตามได้ และการเข้าใจความหมายก็จะทำให้เราสามารถเข้าถึงอารมณ์ในคำประพันธ์นั้น

แต่การจะเข้าถึงเนื้อหาของคำประพันธ์ ด่านแรกคือการมีความรู้ในภาษาที่กวีใช้ เพราะฉะนั้นความยาก – ง่ายของคำที่ใช้ในการประพันธ์จึงเป็นเรื่องสำคัญในการเข้าถึงเนื้อหา

หากถามว่า กวีมีเหตุผลในการเลือกใช้ระดับภาษาหรือความยากง่ายหรือไม่ ? คำตอบคือ มีแน่นอน เพราะการเลือกใช้ภาษา จะขึ้นอยู่กับหน้าที่ของวรรณคดีเรื่องนั้น ๆ เช่น เราจะพบว่า มีวรรคจำที่มาจากเรื่องพระอภัยมณีเป็นจำนวนมาก เพราะสุนทรภู่แต่งวรรณคดีเรื่องนี้เพื่อขายให้คนทั่วไปหรือชาวบ้านอ่าน จึงไม่จำเป็นต้องใช้คำที่เข้าใจยาก หรือต้องแปลให้เหมาะสมกับระดับของผู้อ่าน ส่วนสุภาษิตสอนหญิงนั้น ก็ใช้คำที่สื่อความตรงไปตรงมา เพราะเป็นวรรณคดีที่ใช้เพื่อสั่งสอน ไม่จำเป็นต้องใช้คำที่อลังการมากนัก เพื่อให้คนนำคำสอนนั้นไปใช้ได้ทันที

ในทางตรงกันข้าม วรรณคดีที่ใช้เพื่อสรรเสริญพระมหากษัตริย์หรือประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ก็ต้องใช้ภาษาที่สูงกว่า เพื่อให้เกิดความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์และให้สมศักดิ์ศรีหน้าที่ของวรรณคดีนั้น ๆ  ดังนั้น เหตุผลของการเลือกใช้คำหรือระดับภาษาในวรรณคดี ก็มีปัจจัยหลัก ๆ มาจากหน้าที่ที่วรรณคดีเรื่องนั้นต้องรับใช้เป็นข้อสำคัญด้วย

และเมื่อกวีเลือกใช้คำที่เข้าใจง่าย อุดมไปด้วยวรรณศิลป์และภาษาที่ทำให้เกิดจินตภาพ สีสัน ใช้เทคนิคการเพิ่มอรรถรสในงานเขียนด้วยการใช้โวหารภาพพจน์ที่กินใจ แต่ยังคงพื้นฐานของคำที่เข้าใจง่าย ย่อมทำให้วรรคนั้นถูกสื่อสารออกมาแล้วทำให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์ร่วมได้มากกว่าวรรคที่ใช้คำที่ต้องใช้ความรู้ในภาษานั้น ๆ เพิ่มเติม

แต่ก่อนที่จะเกิดอารมณ์ร่วมได้นั้น ย่อมมีปัจจัยหลายอย่าง คือ มีการใช้โวหารหรือสัญลักษณ์ มีเนื้อหาสมจริง หรือมีความแปลกใหม่

Continue reading

ฉันทลักษณ์ : เพียงสุรเสียงจังหวะขับขาน เข้าสู่การเป็นวรรคจำ

gte5x6kac

เริ่มต้นบทความที่สองในการค้นหาข้อพิสูจน์เรื่อง “วรรคจำ” จากปริศนาทิ้งท้ายของบทความครั้งก่อน เกี่ยวกับปัจจัยที่ทำให้เกิดวรรคจำ ทำไมเราจึงจำคำประพันธ์นั้นๆได้กันนะ  เพื่อจะไขข้อสงสัยที่ทุกคนอยากรู้ เราจึงขอเปิดประตูสู่คำตอบให้ได้รู้กันในวันนี้

ในครั้งก่อนเราได้แสดงให้ทุกคนเห็นแล้วว่าวรรคทองกับวรรคจำนั้นมีจุดที่เหมือนและแตกต่างกันอย่างไร ในส่วนของบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกถึงเรื่องปัจจัยที่ทำให้เกิดวรรคจำ  โดยจะเริ่มต้นจากส่วนสำคัญลำดับแรกๆ ของการทำให้คำประพันธ์นั้นสามารถจดจำได้

สิ่งนั้นก็คือ ฉันทลักษณ์ หรือรูปแบบคำประพันธ์”

ฉันทลักษณ์ หรือรูปแบบคำประพันธ์ คือส่วนหนึ่งของการทำให้เกิดวรรคจำ โดยเมื่อลองนึกถึงวรรคจำที่เราหลายคนคุ้นเคยนั้น ส่วนใหญ่มักจะนึกถึงคำประพันธ์ที่เป็นประเภทกลอน หรือโคลง

ทำไมเรามักจะจำคำประพันธ์ประเภทกลอนและโคลงได้ง่ายกว่าคำประพันธ์ประเภทอื่นล่ะ?

คำตอบก็คือ บทกลอน หรือโคลงนั้น มีจุดเด่นร่วมกันอยู่ก็คือเรื่องของ จังหวะ

แล้ว จังหวะ มีส่วนสำคัญต่อการจำคำประพันธ์ได้อย่างไร?

Continue reading

วรรคทอง ปะทะ วรรคจำ : ความแตกต่างบนความเหมือน

3824bb0f6a297130b58c15286b08d339

 วันนี้เราลองมารื้อฟื้นความทรงจำกันดูมั้ย ถ้าพูดถึงบทกลอนที่เรานึกถึงได้เป็นอันดับแรก คุณผู้อ่านนึกถึงบทกลอนเรื่องอะไรกันนะ เชื่อว่าใครหลายๆคนคงจะนึกถึงบทกลอนที่เคยรู้จักในวรรณคดี หรือแบบเรียนภาษาไทยสมัยประถมหรือมัธยมศึกษา และใครหลายๆคนคงมีบทกลอนในใจที่จดจำได้จนทุกวันนี้ เช่น บทกลอนของสุนทรภู่จากนิราศภูเขาทอง

                       “ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์            มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต

                 แม้พูดชั่วตัวตายทำลายมิตร                 จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา”

นับว่าเป็นบทกลอนที่ถูกยกให้เป็น “วรรคทอง” ของเรื่องเลยทีเดียว แต่ในครั้งนี้เราไม่ได้จะกล่าวถึงวรรคทอง แต่เราจะมาพูดถึง “วรรคจำ” กัน

        แล้ว วรรคทอง ไม่ใช่ วรรคจำ งั้นเหรอ?

      หลังจากที่เราได้ลองสืบค้นนิยามคำว่า “วรรคทอง” เพื่อหาความหมายที่จะสามารถครอบคลุมได้นั้น ยังไม่เจอว่ามีการบัญญัติคำศัพท์อย่างเป็นทางการ มีเพียงข้อสังเกตที่น่าสนใจ ซึ่งเราได้ลองรวบรวมเอาไว้ ดังนี้

ในหนังสือ วรรคทองในวรรณคดีไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้กล่าวถึงเกณฑ์การคัดเลือกวรรคทองไว้ในคำชี้แจงว่า

“…การคัดเลือกยึดเกณฑ์ที่ว่า เป็นบทที่งดงาม มีอรรถรสไพเราะ แสดงระเบียบและสุนทรียรสทางภาษา ให้ความรู้ เช่น ด้านสถาปัตยกรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิต การศึกษา การแพทย์ การคมนาคมสมัยโบราณ รวมทั้งเสนอคติธรรม แนวทางประพฤติปฏิบัติ คุณโทษของการดำเนินชีวิต ความงดงามของธรรมชาติ ความงามของศิลปะด้านต่างๆ เช่น การชมวัง ชมเรือ ชมม้า ชมรถ ชมป่า ชมไม้ ชมนก และอื่นๆที่แสดงคุณค่าของวรรณคดี…” (ราชบัณฑิตยสถาน, 2554)

Continue reading